แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 47
1
คอนโดติดรถไฟฟ้า เดอะ มูฟ สุขุมวิท 107 (THE MUVE Sukhumvit 107)
เริ่มต้น 1.59 ลบ. 

เดอะ มูฟ สุขุมวิท 107 (THE MUVE Sukhumvit 107)
SEAMLESS MOVES, BOOST YOUR LIFE มูฟชีวิตเต็มที่ ไม่มีสะดุด กับคอนโด THE MUVE สุขุมวิท 107 คอนโดใหม่เอาใจคนเลี้ยงสัตว์ใจกลางเมืองจากแสนสิริ บนทำเลคุณภาพใกล้รถไฟฟ้าสถานีแบริ่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เข้าออกเมืองได้หลากหลายเส้นทาง ครบครันด้วยส่วนกลางที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต

 รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ           เดอะ มูฟ สุขุมวิท 107 (THE MUVE Sukhumvit 107)
 เจ้าของโครงการ      แสนสิริ
 แบรนด์ย่อย            เดอะ มูฟ
 ราคา                   เริ่มต้น 1.59 ลบ.

 ราคาเฉลี่ยต่อตร.ม.       โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ลักษณะทำเล             คอนโดในเมือง, คอนโดย่านธุรกิจกลางเมือง
 ความสูงคอนโด           Low Rise (ไม่เกิน 8 ชั้น)
 ลักษณะกรรมสิทธิ์        โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ประเภทห้องที่มี           1 ห้องนอน, 1 Bed Plus
 ขนาดห้องที่มี              โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 เนื้อที่ทั้งหมด              โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนตึก                      1
 จำนวนชั้น                     8 ชั้น
 จำนวนห้อง                   254 ยูนิต
 ที่จอดรถทั้งหมด              ประมาณ 30%
 ค่าบำรุงส่วนกลาง           โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สาธารณูปโภค               ฟิตเนส, อื่นๆ (Pet Park, Pod Seating, Studio Room, Jogging Track บน Rooftop), สตรีม (Streaming Podcast), สวนหย่อม (Rooftop Garden, Sansiri Backyard), Co-Working Space (Private Working Room)

 สถานที่ใกล้เคียง
 โซน            สมุทรปราการ, บางพลี, บางบ่อ, พระประแดง
 ที่ตั้ง            ถนนสุขุมวิท 107 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10270

 ขนส่งสาธารณะ
รถไฟฟ้า:              ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม, สถานีหมอชิต - แบริ่ง(แบริ่ง), ใกล้รถไฟฟ้า, รถไฟฟ้าสายสีเหลือง, สถานี(ลาดพร้าว - สำโรง)(ศรีแบริ่ง)

 สถานที่สำคัญใกล้เคียง
1. ตลาดมิ่ง
2. รถไฟฟ้า BTS แบริ่ง
3. โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส สุขุมวิท 107
4. ตลาดนางรำ
5. ตลาดต้นไทร
6. โรงเรียนบางกอกพัฒนา
7. ลาซาล อเวนิว
8. ไบเทคบางนา
9. ทางพิเศษเฉลิมมหานคร
10. โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์
11. รถไฟฟ้า MRT ศรีแบริ่ง
12. ทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี)
13. โรงเรียนเซนต์โยเซฟ บางนา
14. ทางพิเศษสาย เอสวัน
15. โรงพยาบาลไทยนครินทร์
16. โรงพยาบาลศิครินทร์
17. แบงค็อก มอลล์

2
ปล่อยรถผู้บริหาร MAZDA CX-5 2.0 SP ปี 2024 โปรโมชั่นพิเศษ ดาวน์ 25% ขึ้นรับดอกเบี้ยพิเศษ

มาสด้า Mazda CX-5 2.0 SP ปี 2024
Mazda CX-5 2.0 SP รถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวียอดนิยมของมาสด้า ที่ได้รับการพัฒนาให้ครบครันสมบูรณ์แบบขึ้นในทุกด้าน เพื่อตอบโจทย์ของครอบครัวยุคใหม่ ดูหรูหรา สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ยิ่งกว่าเดิม ด้วยดีไซน์ภายนอกใหม่ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย รองรับการเชื่อมต่อเพิ่มเติมมาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ผนวกกับสมรรถนะจากเครื่องยนต์ Skyactiv-G 2.0 ลิตร ให้กำลัง 165 แรงม้า แรงบิด 210 นิวตันเมตร รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง 13.9 กิโลเมตร/ลิตร โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 1,250,000-1,350,000 บาท

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 19 มี.ค. - 19 มี.ค. 2568
พิเศษสำหรับลูกค้า Checkraka รับส่วนลดเพิ่ม 20,000 บาท
โปรโมชั่นพิเศษ ดาวน์ 25% ขึ้นรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.75% 4 ปี

ราคาพิเศษ 1,169,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                   Mazda
   รุ่น                        มาสด้า Mazda CX-5 2.0 SP ปี 2024
   ประเภทรถ               รถอเนกประสงค์ SUV
   ปีที่เปิดตัว                2024



3
วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (COVID-19 Vaccine AstraZeneca/ ChAdOx1)

วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (COVID-19 Vaccine AstraZeneca/ ChAdOx1) เป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในกลุ่มไวรัลแว็กเตอร์ (Viral Vector Vaccines) ที่เลียนแบบการติดเชื้อตามธรรมชาติ โดยนำสารพันธุกรรมของเชื้อโควิด-19 ฝังไว้กับไวรัสชนิดอื่นที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ อย่างไวรัสอะดีโน (Adenovirus) แล้วฉีดเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อดังกล่าวในอนาคต

วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามีชื่อเป็นทางการว่า ChAdOx1 (AZD1222) เป็นวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (Oxford University) ในปัจจุบันวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้รับการรองรับจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย และองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ใช้เป็นวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ในกรณีฉุกเฉิน

*บทความนี้จะกล่าวถึงวัคซีน ChAdOx ด้วยชื่อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า*

เกี่ยวกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า
กลุ่มยา    วัคซีนป้องกันโรค
ประเภทยา    ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุณ    ป้องกันโรคโควิด-19
กลุ่มผู้ป่วย    ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
รูปแบบของยา    ยาฉีด
การใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์และผู้ให้นมบุตร    ยังไม่มีการจัดหมวดหมู่ของวัคซีนชนิดนี้จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาหรือ FDA ซึ่งวัคซีนอาจส่งผลกระทบต่อมารดาหรือทารกในครรภ์ได้ อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลว่าวัคซีนชนิดนี้จะขับออกทางน้ำนมหรือไม่ แต่แพทย์จะพิจารณาให้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากับแม่ที่ให้นมบุตรหากระบุได้ว่าแม่จะได้รับประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อแม่และเด็กทารก ดังนั้น ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ วางแผนการตั้งครรภ์ หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน


คำเตือนในการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ผู้เข้ารับการฉีควัคซีนควรระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

    แจ้งให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทราบหากฉีดวัคซีนชนิดอื่นมาก่อนในเข็มแรก
    ผู้ที่มีประวัติการแพ้วัคซีนชนิดอื่น ๆ อย่างรุนแรง หรือแพ้ส่วนประกอบตัวใดตัวหนึ่งของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนในเบื้องต้น
    ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรหลีกเลี่ยงการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลด้านประสิทธิผลและความปลอดภัยของวัคซีนต่อเด็กและวัยรุ่นในช่วงอายุดังกล่าว
    ผู้ที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงภายใน 4 ชั่วโมงแรก เช่น มีผื่นลมพิษ หายใจเป็นเสียงหวีด เกิดภาวะหายใจลำบากหรือมีอาการบวม เป็นต้น หรือเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเกล็ดเลือดต่ำหลังฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรก ไม่ควรรับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มถัดไป
    แจ้งให้แพทย์ทราบหากเพิ่งป่วยด้วยอาการของกลุ่มอาการเส้นเลือดฝอยรั่ว (Capillary Leak Syndrome: CLS) เมื่อไม่นาน เคยมีอาการของภาวะลิ่มเลือดอุดตัน เคยมีประวัติป่วยด้วยภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือภาวะความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด เพราะอาจเกิดจ้ำเลือดหรือภาวะเลือดออกหลังการฉีดวัคซีน แพทย์จึงจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
    แจ้งให้แพทย์ทราบหากกำลังรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาที่ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง อาทิ ยากดภูมิคุ้มกันหรือยารักษาโรคมะเร็ง
    หากกำลังป่วยและมีอาการค่อนข้างรุนแรง เกิดการติดเชื้อ มีไข้สูงเฉียบพลันหรือมีไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าออกไปก่อน แต่หากมีอาการติดเชื้อเพียงเล็กน้อยหรือมีไข้ต่ำ ๆ สามารถฉีดวัคซีนได้ตามปกติ

ปริมาณการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

ผู้ที่รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจะได้รับวัคซีนทั้งหมด 2 ครั้ง ครั้งละ 1 เข็ม ในปริมาณ 0.5 มิลลิลิตร โดยจะฉีดเข้ากล้ามเนื้อในบริเวณต้นแขน และการฉีดครั้งที่ 2 จะเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยระยะห่างในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่เหมาะสมคือ 8–12 สัปดาห์หลังจากการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในครั้งแรก


การฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจะฉีดโดยแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 วัน ผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก

ในวันฉีดวัคซีน ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนจะต้อง คัดกรองด้วยการวัดอุณหภูมิ ซักประวัติทางการแพทย์ การได้รับยาและวัคซีนในอดีต และหลังจากฉีดวัคซีน ผู้รับการฉีดต้องรอสังเกตอาการในบริเวณที่ฉีดเป็นเวลาประมาณ 30 นาที

หากผู้ที่รับการฉีดวัคซีนไม่ได้ไปฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ตรงตามนัดหมาย ควรปรึกษากับแพทย์เพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสุดตามปริมาณที่กำหนด เพราะแม้จะฉีดวัคซีนแล้ว ผู้ที่ได้รับวัคซีนยังสามารถติดเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อโควิต-19 ไปสู่ผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนได้

ทั้งนี้ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจะมีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 ได้ประมาณ 66.7% และมีประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสูงกว่า 90%
ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

ผลข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่พบได้บ่อย คือ อาการปวด บวม แดง คันบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ปวดข้อ คลื่นไส้ หรือมีอาการคล้ายเป็นหวัด อย่างอาการหนาวสั่น อ่อนเพลีย มีไข้สูง หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และในผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนบางรายอาจมีอาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้น้อย เช่น มีผื่นขึ้น เวียนศีรษะ อาเจียน ท้องเสีย มีเหงื่อออกมาก เบื่ออาหาร ต่อมน้ำเหลืองโต เป็นต้น

นอกจากนี้ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ายังอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงในบางราย แต่พบได้น้อยมาก อาทิ

    อาการแพ้อย่างรุนแรง (Anaphylaxis) ส่งผลให้มีอาการบวมบริเวณปาก ลิ้น คอและระบบทางเดินหายใจ เกิดผื่นลมพิษ หายใจลำบาก หมดสติ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว
    ภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเกล็ดเลือดต่ำ
    โรคเส้นเลือดฝอยรั่ว
    กลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillan Barre Syndrome)

แม้ว่าอาการข้างเคียงเหล่านี้จะพบได้ยาก หากตนเองหรือผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนมีอาการดังกล่าว ควรนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัย

4
โทรศัพท์มือถือใหม่ 2025 ซัมซุง SAMSUNG Galaxy A25 5G (8GB/256GB)
10,999 บาท

ซัมซุง SAMSUNG Galaxy A25 5G (8GB/256GB)
ใหม่! Galaxy A25 5G เร็วแรง หน่วยความจำ 8GB จอสีสวย Super AMOLED ทำงานได้ราบรื่นด้วยหน่วยประมวลผล Exynos 1280 อันทรงพลัง หน่วยความจำ 8GB และตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 256GB ตลอดจนรองรับการ์ด MicroSD เพิ่มเติมอีก 1TB ทั้งหมดนี้พร้อมกันกับความเร็วแบบ 5G

รายละเอียดเบื้องต้น
   ยี่ห้อ-รุ่น                 ซัมซุง SAMSUNG Galaxy A25 5G (8GB/256GB)
   ราคากลาง             10,999 บาท
   จำนวนซิม              2 ซิม (Nano Sim)
   แบบดีไซน์              จอสัมผัส
   สี                        Blue
   ความถี่-เครือข่าย
3G
4G
5G

   ขนาด-น้ำหนัก                     ยาว 161 x กว้าง 76.5 x หนา 8.3 มม., น้ำหนัก 197 กรัม
   ความจุข้อมูลภายใน (ROM)     256 GB
   ความจุข้อมูลภายนอกสูงสุด       Micro SD
   แบตเตอรี่ และระบบชาร์จ        ความจุแบตเตอรี่ 5,000 mAh

จอแสดงผล
   ชนิดจอ               จอสัมผัส (Super AMOLED)
   ความละเอียด        6.5 นิ้ว, 0 x 0 px
   รายละเอียดอื่น

กล้องถ่ายรูป
   ขนาด-ความละเอียด                    กล้องหลัง (50 Mpx), กล้องหน้า (13 Mpx)
   ความละเอียดของภาพภ่ายสูงสุด
   คุณสมบัติ                                 -

ระบบปฏิบัติการ
   หน่วยประมวลผล (CPU)             Octa-Core
   หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU)
   หน่วยความจำ (RAM)               8.0 GB
   ระบบเชื่อมต่อภายนอก              USB(Type-C 2.0), Bluetooth(5.3), Jack(3.5 มม.), NFC, Wi-Fi(802.11a/b/g/n/ac 2.4GHz+5GHz, VHT80)
   ระบบรับส่งข้อความ                   -
   การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต          3G, WiFi, 4G, 5G

5
อาหารว่าง ที่ดีต่อสุขภาพช่องปากของเด็กๆ กำลังจัดฟันเด็ก

การเลือกอาหารว่างสำหรับเด็กที่กำลังจัดฟันนั้น ควรคำนึงถึงทั้งสุขภาพช่องปากและสุขภาพร่างกายโดยรวม เพื่อให้เด็กได้รับสารอาหารที่จำเป็นและไม่เป็นอันตรายต่อเครื่องมือจัดฟัน ต่อไปนี้คือตัวอย่างอาหารว่างที่ดีต่อสุขภาพช่องปากของเด็กที่กำลังจัดฟัน:


1. ผลไม้:

ผลไม้เนื้อนิ่ม: เช่น กล้วย มะละกอ มะม่วงสุก ลูกพีช หรือลูกแพร์ ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเคี้ยวและไม่ทำร้ายเครื่องมือจัดฟัน
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี: เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี หรือราสเบอร์รี มีวิตามินซีสูงและมีสารต้านอนุมูลอิสระ


2. ผัก:

ผักต้มหรือนึ่ง: เช่น แครอท บรอกโคลี หรือมันเทศ ควรทำให้สุกและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้เคี้ยวง่าย
ผักสด: เช่น แตงกวา หรือผักกาดหอม สามารถทานได้ แต่ควรหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ


3. ผลิตภัณฑ์จากนม:

โยเกิร์ต: เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติหรือรสผลไม้ที่ไม่หวานมากนัก เพื่อลดปริมาณน้ำตาล
ชีส: ชีสแผ่นหรือชีสแท่ง เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดี แต่ควรเลือกชนิดที่มีไขมันต่ำ


4. ธัญพืช:

ข้าวโอ๊ต: ข้าวโอ๊ตปรุงสุก เป็นอาหารว่างที่ให้พลังงานและมีใยอาหารสูง
ขนมปังโฮลวีท: ควรเลือกขนมปังเนื้อนิ่มและไม่เหนียว


5. อาหารว่างอื่นๆ:

ไข่ต้ม: ไข่ต้มเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีและทานง่าย
ปลาทูน่ากระป๋อง: ควรเลือกปลาทูน่าในน้ำแร่และทานกับขนมปังโฮลวีท


ข้อควรระวัง:

หลีกเลี่ยงอาหารที่แข็ง เหนียว หรือมีน้ำตาลสูง เช่น ลูกอม หมากฝรั่ง น้ำแข็ง หรือขนมหวาน
ควรให้เด็กดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงน้ำอัดลมหรือน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง
หลังทานอาหารว่าง ควรให้เด็กแปรงฟันหรือบ้วนปากให้สะอาด เพื่อป้องกันเศษอาหารติดอยู่ตามเครื่องมือจัดฟัน
การเลือกอาหารว่างที่เหมาะสมจะช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารที่จำเป็นและดูแลสุขภาพช่องปากได้ดีในระหว่างการจัดฟัน

6
เลือกใช้ฉนวนกันความร้อนแบบไหนดี

สำหรับผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการลดความร้อนหรือลดค่าพลังงานโดยการใช้ฉนวนกันความร้อน อาจจะมีคำถามหรือความไม่แน่ใจเกี่ยวกับการเลือกใช้ฉนวนที่เหมาะสมกับงาน และคุ้มค่ากับเงินลงทุนที่ต้องจ่ายไปจึงขอสรุปข้อควรทราบเมื่อต้องเลือกใช้ฉนวนกันความร้อน มาให้เข้าใจโดยสังเขป ดังนี้

1. ประสิทธิผลของฉนวน

ความสามารถในการลดความร้อนและอายุการใช้งานของฉนวน

ฉนวนที่จะเลือกใช้ต้องแก้ปัญหาหน้างานที่เกิดขึ้นได้จริงแก่ทุกฝ่าย

ฉนวนที่มีความหนาแน่นมากกว่า จะมีอายุการใช้งานที่นานกว่าฉนวนความหนาแน่นน้อย

การพิจารณาความคุ้มค่าของฉนวน ต้องนำทั้งราคาและอายุการใช้งานมาคำนวณ หากพิจารณาราคาอย่างเดียวแต่ฉนวนอายุสั้นหรือใช้ได้ไม่นาน ของถูกก็จะกลายเป็นของแพงได้

2. รูปแบบการใช้งานของฉนวน

ฉนวนแบบถอดได้จะให้ความสะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่ากับจุดที่ต้องถอดเข้า-ออก บ่อย

ฉนวนแบบหุ้มทับด้วยโลหะจะมีราคาที่ต่ำกว่าฉนวนแบบถอดได้ จึงเหมาะสมกับจุดที่ไม่ต้องมีการถอด

หากต้องการใช้งานทั้งฉนวนกันความร้อนและฉนวนกันเสียงในจุดเดียวกัน ต้องเลือกฉนวนจากผู้ผลิตที่มีรายงานผลการทดสอบเกี่ยวกับค่าการลดทอนเสียง (TL) หรือค่าการดูดกลืนเสียง (SAC) ด้วย

3. คุณสมบัติสำคัญที่ต้องพิจารณา

ฉนวนกันความร้อนทุกแบบต้องมีคุณสมบัติไม่ลามไฟ (พร้อมเอกสารรับรองจากผู้ผลิต)

ฉนวนต้องมีช่วงอุณหภูมิที่ใช้งานโดยปลอดภัยแสดงอย่างชัดเจน เช่น -20C ถึง 600C

ความแข็งแรงทางกายภาพ เช่น คุณสมบัติทนแรงดึง คุณสมบัติทนแรงอัด

ความสามารถในการกันน้ำ กรณีที่ฉนวนมีโอกาสเสียหายหากสัมผัสน้ำหรือของเหลว

ความทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมี หรือการใช้งานกลางแจ้ง

ความปลอดภัยต่อมนุษย์ รวมไปถึงการปฏิบัติตัวสำหรับคนที่มีอาการแพ้ฉนวน

กรณีจ้างผู้รับเหมาติดตั้ง ควรเลือกที่มีบริการหลังการขายและการให้ความรู้ที่ถูกต้อง

7
งานมอเตอร์โชว์: เปิดตัว Nissan Ariya NISMO ในยุโรป SUV ไฟฟ้า พร้อมความแรง และการขับขี่ที่ดีกว่า

Nissan เปิดตัว Ariya NISMO เอสยูวีไฟฟ้า สำหรับตลาดยุโรปอย่างเป็นทางการ ในงาน World EV Day เป็นการกลับมาสู่ยุโรปอีกครั้งของรถสำนัก NISMO ที่นอกจากพละกำลังที่มากกว่าแล้ว ยังผสานความยั่งยืนเข้ามาอย่างลงตัว

 แรงกว่าเดิมไม่มาก เน้นขับขี่ดีขึ้น

 Ariya NISMO ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 429 แรงม้า (320 kW) พร้อมแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 5 วินาที ส่วนอัตราเร่ง 80-120 กม./ชม. ภายใน 2.4 วินาทีเท่านั้น ถือว่าเกินพอทั้งตีนต้นและความเร็วเดินทาง

 ทั้งหมดนี้จับคู่กับแบตเตอรี่ความจุ 91 kWh ซึ่งให้ระยะทางขับขี่ที่เพียงพอต่อการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการเดินทางต่างจังหวัดย่อม ๆ ได้ แบตเตอรี่ของ Ariya NISMO รองรับการชาร์จ AC ความเร็วสูงสุด 22 kW ส่วนการชาร์จเร็วแบบ DC รองรับความเร็วสูงสุด 130 kW โดยสามารถชาร์จจากแบตเตอรี่ 20-80% ได้ภายใน 30 นาที

 นอกจากสมรรถนะแล้ว ตรา NISMO แสดงถึงการอัพเกรดอีกหลายอย่างเพื่อการขับขี่ที่ดีที่สุด Nissan ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ว่า การปรับปรุงนั้นเริ่มจากการเพิ่ม turning force และ lateral force ซึ่งเป็นแรงกระทำขณะเลี้ยวให้ดีขึ้น โดยดีขึ้นกว่า GT-R NISMO เลยทีเดียว

 ส่วนช่วงล่างก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ ปรับปรุงแชสซีให้สมดุล และปรับปรุงพวงมาลัยให้ตอบสนองต่อความเร็วได้ดียิ่งขึ้น คล้ายรถสปอร์ต รวมถึงล้ออัลลอยน้ำหนักเบา ENKEI “MAT Process” ขนาด 20 นิ้ว ซึ่งช่วยทั้งความลู่ลมและการระบายความร้อนเบรค รัดด้วยยาง Michelin Pilot Sport EV

 อย่างไรก็ตาม Ariya NISMO ก็ไม่ได้แรงกว่า Ariya e-4ORCE รุ่นปกติเท่าไหร่นัก เพราะเมื่อเทียบกันแล้ว Ariya NISMO ทำ 0-100 กม./ชม. ได้เร็วกว่า e-4ORCE เพียง 0.1 วินาทีเท่านั้น แต่สิ่งที่ได้มากกกว่าสมรรถนะนั่นคือ การปรับปรุงช่วงล่างใหม่ ที่จะให้ประสบการณ์ขับขี่ที่ดีขึ้นกว่ารุ่นปกติ

  ภายนอกสไตล์ NISMO

 สำหรับดีไซน์ของ Ariya นั้นมีความลู่ลมอยู่เป็นทุนเดิม เสริมชุดแต่งที่ประกอบด้วย ครีบรีดอากาศ, สเกิร์ตหน้าที่เตี้ยกว่าเดิม, และสปอยเลอร์หลัง ส่งผลให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศดีขึ้นเมื่อเทียบกับ Ariya รุ่นปกติ ซึ่งเพิ่มดาวน์ฟอร์ซและเสถียรภาพของรถขณะใช้ความเร็วสูง โดย Nissan ระบุว่า ชุดแต่งเหล่านี้จะช่วยให้รถลู่ลมขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับรุ่นปกติ

ภายในเสริมความสปอร์ต

 ดีไซน์ภายในของ Ariya NISMO จะเสริมความสปอร์ตเพิ่มเข้ามาจากรุ่นปกติ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังกลับรองรับสรีระได้ดี มีการเย็บตะเข็บที่พวงมาลัยรวมถึงการเน้นสีแดงที่ห้องโดยสาร ซึ่งช่วยเพิ่มกลิ่นอายของ NISMO นอกจากนี้ยังมีลายไม้สีดำซึ่งช่วยเพิ่มความหรูหราและทันสมัยเข้ามาอีกด้วย

 Ariya NISMO มาพร้อมสีภายนอกทั้งหมด 4 สี ซึ่งรวมถึงสีเทา NISMO Stealth Grey พร้อมหลังคาดำอย่างในภาพนี้ โดยทุกสีมาพร้อมการตกแต่งสีแดงที่ชายล่างของรถรอบคัน ซึ่งช่วยให้รถมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

 Nissan Ariya NISMO จะพร้อมจำหน่ายในยุโรปตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 เป็นต้นไป โดยราคาจะเปิดเผยในภายหลัง

8
วัดสมบูรณ์ธรรมกายารามเชิญชวนใส่ชุดขาวหญิง เข้าร่วมกิจกรรมของวัดปฏิบัติธรรมทำสมาธิ ฝึกฝนสติ ปัญญา

วัดสมบูรณ์ธรรมกายารามตั้งอยู่ในพื้นที่อันเงียบสงบของจังหวัดพิจิตรเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันเงียบสงบสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมและดื่มด่ำกับคำสอนของพระพุทธศาสนา วัดแห่งนี้รายล้อมไปด้วยความงามของธรรมชาติเหมาะใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดสมบูรณ์ธรรมกายารามเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทำสมาธิและการไตร่ตรองอย่างลึกซึ้ง

วัดสมบูรณ์ธรรมกายารามมีบรรยากาศที่เงียบสงบและเหมาะแก่การทำสมาธิ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตัดขาดจากสิ่งรบกวนในชีวิตประจำวัน บริเวณวัดได้รับการดูแลอย่างดี มีต้นไม้เขียวขจี แหล่งน้ำที่เงียบสงบ และสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิมที่ส่งเสริมความรู้สึกสงบและมีสติ

ผู้เยี่ยมชมสามารถเข้าร่วมเซสชั่นการทำสมาธิ โดยมีพระสงฆ์ผู้มีประสบการณ์เป็นผู้นำทางซึ่งสอนหลักการทำสมาธิวิปัสสนา เซสชั่นเหล่านี้สนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติพัฒนาสติ สมาธิ และความเข้าใจ ช่วยให้จิตใจสงบและมองเห็นความท้าทายในชีวิตได้ชัดเจนขึ้น การปฏิบัตินี้เน้นที่การเข้าใจความไม่เที่ยงและการปลูกฝังความสงบภายใน

คำสอนธรรมะประจำวัน
วัดยังจัดให้มีการบรรยายธรรมและคำสอนจากพระสงฆ์ประจำวัด ซึ่งผู้เยี่ยมชมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับหลักสำคัญของพระพุทธศาสนา เช่น อริยสัจสี่และมรรคมีองค์แปด คำสอนเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ทั้งสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ปฏิบัติธรรมที่มีประสบการณ์ ทำให้เป็นสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรสำหรับทุกคนที่ต้องการเรียนรู้

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
สำหรับผู้ที่ต้องการขยายการเข้าพัก วัดสมบูรณ์ธรรมกายารามมีที่พักที่เรียบง่ายแต่สะดวกสบาย ซึ่งจัดเตรียมไว้สำหรับผู้ที่มุ่งมั่นในการปฏิบัติธรรมและเข้าร่วมกิจกรรมของวัด สิ่งอำนวยความสะดวกที่เรียบง่ายช่วยให้มีสมาธิกับการปฏิบัติธรรม ส่งเสริมการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายที่สอดคล้องกับคำสอนของพุทธศาสนา

เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น
นอกเหนือจากการปฏิบัติธรรมแล้ว การไปเยี่ยมชมวัดสมบูรณ์ธรรมกายารามยังเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย จังหวัดพิจิตรมีชื่อเสียงในด้านประวัติศาสตร์และประเพณีอันยาวนาน และวัดมีบทบาทสำคัญในชีวิตทางจิตวิญญาณของชุมชนในท้องถิ่น ผู้เยี่ยมชมได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมกิจกรรมทำบุญ เช่น การถวายอาหารแด่พระสงฆ์ การมีส่วนสนับสนุนในการบำรุงรักษาวัด หรือเพียงแค่ทำความดี

การเดินทางทางจิตวิญญาณกำลังรอคุณอยู่
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่ช่ำชองหรือใครก็ตามที่ต้องการเริ่มต้นการเดินทางทางจิตวิญญาณ วัดสมบูรณ์ธรรมกายารามเป็นสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบที่คุณสามารถฝึกฝนสติ ปัญญา และความสงบภายในได้ สภาพแวดล้อมอันเงียบสงบและชุมชนที่อุทิศตนทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกคนที่ต้องการเจาะลึกความเข้าใจในธรรมะและการปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนา วางแผนการเยี่ยมชมวัดสมบูรณ์ธรรมกายารามและเริ่มต้นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่เปลี่ยนแปลงชีวิตในใจกลางจังหวัดพิจิตร

9
สูตรอาหารสายยาง อาหารปั่นผสม ที่ครบถ้วนเรื่องสารอาหาร !

อาหารปั่นผสมที่ใช้ให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถกลืนอาหารเองได้ ที่โรงพยาบาลใช้เพื่อให้กับผู้ป่วยที่ต้องรับประทานอาหารอ่อน และหรือผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยาง โดยทางเราได้คิดสูตรเพื่อให้มีสารอาหาร

โดยสูตรของแต่ละโรงพยาบาลก็แตกต่างกันไป ซึ่งคิดสูตรให้เข้ากับผู้ป่วย ทั้งนี้ก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์ และคุณค่าทางสารอาหาร ซึ่งทางเราได้คิดค้นสูตรที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถรับประทานอาหารได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ยังกำหนดสัดส่วนและปริมาณของวัตถุดิบเหมือนกันทุกครั้ง และจุดเด่นของทางเราก็คืออาหารปั่นผสมจะสามารถอยู่ได้นาน 24 ชั่วโมง โดยไม่ใช้สารกันบูดที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย

กระบวนการผลิต ที่อยู่ภายใต้การควบคุมนักโภชนาการ มืออาชีพ !

อาหารปั่นผสมที่ผู้ป่วยจะได้รับประทานนั้น ในขั้นตอนของการผลิตต้องมีนักโภชนาการคอยดูแลเรื่องของสัดส่วนและรอคำสั่งจากแพทย์ว่า อาหารที่ผลิตมานั้น เป็นอาหารของผู้ป่วยประเภทไหน ซึ่งแต่ละโรคก็จะมีสูตรที่แตกต่างกันออกไป

เพราะเนื่องจากผู้ป่วยในแต่ละประเภทนั้น เรื่องอาหารการกินก็จะแตกต่างกันออกไป บางอย่างต้องหลีกเลี่ยง ทานไม่ได้ ทั้งนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีนักโภชนาการควบคุมการปรุงทุกขั้นตอน โดยทางเราก็มีนักโภชนาการมาควบคุมเช่นกัน

เพื่อให้ได้อาหารที่สะอาดและถูกกับประเภทของผู้ป่วย และทางเราก็ได้ผลิตอาหารปั่นผสมในห้องปลอดเชื้อของทางโรงพยาบาล เพื่อให้ได้มั่นใจว่า อาหารที่ผู้ป่วยจะได้รับนั้น สะอาดและได้มาตรฐานจริงๆ

อาหารสายยาง อาหารเหลวปั่นผสม สำหรับผู้ป่วย ได้มาตรฐาน และปลอดภัย

เป็นอาหารปั่นผสมที่ประกอบด้วยสารอาหารหลักที่ครบ 5 หมู่ ซึ่งจะคำนึงถึงประโยชน์ด้านโภชนาการเป็นหลัก เพื่อให้ผู้ป่วยที่ได้รับสารอาหารเหล่านี้ ได้สารอาหารหลักครบถ้วน และเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

โดยทางเราจะมีขั้นตอนการผลิตที่มีความสะอาดและปลอดภัยต่อผู้ป่วย โดยได้ผลิตในห้องปลอดเชื้อเพื่อรักษาความสะอาดของอาหารและเมื่อสารอาหารเหล่านี้ ได้เข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยแล้วรับรองได้ว่าจะปลอดภัยมากที่สุด

นอกจากนี้อาหารปั่น จะมีกรรมวิธีการเก็บรักษาที่แตกต่างจากของยี่ห้ออื่น นั่นก็คือ สามารถเก็บได้ถึง 24 ชั่วโมง ในขณะที่ของยี่ห้ออื่น เมื่อผลิตออกมาแล้ว ต้องรับประทานทันที นี่ก็คือจุดเด่นของอาหารปั่นผสม

จุดเด่นของ อาหารเหลวปั่นผสม

ขั้นตอนการผลิตของอาหารปั่นผสม นั้น ผลิตในห้องที่ปลอดเชื้อของโรงพยาบาล ที่จะการันตีได้ว่า อาหารที่ทางเราผลิตจะได้มาตรฐานตามหลักโภชนาการและมีความปลอดภัยมากที่สุด นอกจากนี้ในเรื่องของอาหาร เราต้องคำนึงถึงความสะอาดมาเป็นอันดับแรก

ทั้งนี้ยังสามารถหาซื้อได้ที่โรงพยาบาล โดยจะจำหน่ายที่โรงพยาบาลธนบุรี 2 และที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา ซึ่งจะสามารถมารับที่ศูนย์การผลิตได้โดยตรงวันละ 1 ชุด (1 ชุด มี 3 ถุง เช้า-กลางวัน-เย็น)

และจุดเด่นที่สำคัญของ อาหารปั่นผสม คือสามารถเก็บรักษาไว้ได้ถึง 24 ชั่วโมง แต่บางยี่ห้อหากผลิตออกมาแล้ว ต้องรับประทานทันที ซึ่งทางเราไม่ได้ใช้สารกันบูด เพราะผู้ป่วยบางรายจะเกิดอาหารแพ้ได้

วัตถุดิบในการผลิต ที่สะอาด และได้สารอาหารครบ 5 หมู่ !

ในการผลิตอาหารผั่นผสมนั้น สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงนั่นก็คือ ความสะอาดและสารอาหารที่ผู้ป่วยจะได้รับ ซึ่งเราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และต้องเช็คประวัติการแพ้อาหารของผู้ป่วยด้วย หากผู้ป่วยได้รับอาหารที่ไม่ถูกกับร่างกายก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้

ทั้งนี้การผลิตอาหารนั้น มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ควบคุมโดยนักโภชนาการ ที่ได้คำนวณสัดส่วนของอาหารที่ผู้ป่วยจะได้รับต่อมื้อในแต่ละวัน

นอกจากนี้ยังผลิตให้ได้อาหารครบ 5 หมู่ ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีความครบถ้วนเพื่อให้ผู้ป่วย และปั่นให้มีความละเอียดเพื่อให้ผู้ป่วยได้บริโภคได้ง่ายและไม่เป็นอันตรายและยังปลอดภัยอีกด้วย

10
จัดฟันบางนา: รู้หรือไม่ ? ทำไมการจัดฟันแบบใส invisalign ถึงดีกว่าการจัดแบบอื่น !

การจัดฟันแบบใส invisalign เป็นการจัดฟันที่นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการรักษา ผู้เข้ารับการรักษาสามารถเห็นการวางแผนของการรักษาและการเคลื่อนตัวของฟัน ได้ 100 % ถึงทำให้ผลการรักษาออกมาประสบความสำเร็จและมีความแม่นยำเป็นอย่างมาก ไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน และแก้ไขปัญหาของสภาพฟันได้ทุกกรณี ทำให้คุณกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสและมรสุขภาพฟันที่ดีขึ้นอีกด้วย

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมการจัดฟันแบบใส invisalign ถึงดีกว่าการจัดฟันในรูปแบบอื่น ซึ่งการจัดแบบทั่วไปที่เราเห็นคือ มีการใส่เหล็กจัดฟันเข้าไปในช่องปาก แต่การจัดฟันแบบใส invisalign ทำให้มองแทบไม่เห้นเครื่องการจัดฟัน ทั้งยังสามารถถอดออกได้ด้วย นี่ก็เป็นจุดเด่นว่าทำการจัดฟันแบบใส ถึงดีกว่าการจัดฟันแบบอื่น นอกจากเครื่องมือที่แตกต่างกันแล้ว การจัดฟันแบบใสยังให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เป็นที่พึงพอใจของผู้เข้ารับการรักษา เพราะสามารถคาดการณ์ผลการรักษาได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตามการจัดฟันแบบใส ยังเหมาะสมกับไลพ์สไตล์ของคนในสมัยนี้อีกด้วย เพราะประหยัดเวลาในการเข้าพบทันตแพทย์ สามารถยิ้มได้อย่างมั่นใจดดยแทบจะไม่เห้นเครื่องมือ รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่สามารถรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย โดยไม่ต้องมีเรื่องกังวลว่าเหล็กจะหลุดขณะรับประทานอาหาร และยังมีความเจ็บปวดที่น้อยกว่าการจัดฟันแบบอื่น

นอกจากนี้ การดุแลรักษาความสะอาดของช่องปาก ก็สามารถทำได้ง่ายเพราะสามารถถอดเครื่องมือออกได้ขณะที่แปรงฟัน และยังใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี และเครื่องมือการจัดฟันแบบใส หรือ เทรย์นั้น สามารถถอดออกได้ และมีวิธีการดูแลรักษาที่ง่ายไม่ยุ่งยาก หากมีข้อสงสัยสามารถเข้ารับคำแนะนำจากทางคลีนิคได้ ทางเรายินดีให้คำปรึกษาฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

11
สร้างรายได้ ด้วยการขายข้าวผัดแหนม สูตรอาหารตามสั่ง ไม่เลี่ยน แหนมชิ้นโตๆ หอมอร่อย

อาหารริมทางและอาหารท้องถิ่นที่มีรสชาติอร่อยและหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของร้านอาหารตามสั่งคือข้าวผัดแหนม อาหารจานนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากรสชาติที่ผสมผสานระหว่างรสเปรี้ยว เผ็ดเล็กน้อยและเผ็ดน้อย ทำให้เป็นที่ชื่นชอบทั้งในหมู่คนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ข้าวผัดแหนมเป็นอาหารไทยยอดนิยมประเภทอาหารจานเดียวที่หารับประทานได้ง่ายตามร้านอาหารตามสั่งทั่วไป

มีรสชาติเปรี้ยวเค็มกลมกล่อมจากแหนมที่เป็นส่วนประกอบหลัก มีส่วนผสมและวิธีทำดังนี้:

ข้าวผัดแหนม คืออะไร ?
ข้าวผัดแหนม เป็นอาหารผัดแบบไทยที่ใช้แหนม ซึ่งเป็นหมูหมักชนิดหนึ่งที่มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย ผัดกับข้าวหอมมะลิ ไข่ กระเทียม และเครื่องปรุงต่างๆ ทำให้ได้เมนูที่สมดุล รสชาติเข้มข้นและหอมอร่อย บางเมนูอาจใส่พริก หอมใหญ่ หรือผักสับเพื่อเพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัส

ส่วนผสมที่สำคัญ
แหนม – วัตถุดิบหลักที่ทำให้เมนูนี้มีรสชาติเปรี้ยวจี๊ดอันเป็นเอกลักษณ์
ข้าวหอมมะลิ – ข้าวเหลือหรือข้าวเก่าหนึ่งวันเหมาะที่สุดสำหรับการทอด
ไข่ – เพิ่มความเข้มข้นและเนื้อสัมผัส
กระเทียม – ให้กลิ่นหอม
ซีอิ๊วและน้ำปลา – เครื่องปรุงรสสำคัญของไทย
ต้นหอมและผักชี – เพื่อความสดชื่นและการตกแต่ง
พริก (ไม่ใส่ก็ได้) – สำหรับคนที่ชอบรสเผ็ด

เสิร์ฟอย่างไร?
ข้าวผัดแหนมมักจะเสิร์ฟพร้อมผักสด เช่น แตงกวาหั่นเป็นแว่น มะนาวฝานเป็นแว่น และบางครั้งก็มีพริกน้ำปลา (น้ำปลาพริกไท) เพื่อเพิ่มรสชาติให้เข้มข้นขึ้น บางเมนูอาจมีไข่ดาววางด้านบนเพื่อเพิ่มความอร่อย

ทำไมคุณควรลองข้าวผัดแหนม
รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ – รสเปรี้ยวอมหวานเล็กน้อยของหมูหมักทำให้แตกต่างจากข้าวผัดทั่วไป
รวดเร็วและง่ายดาย – ทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับมื้ออาหารที่รวดเร็วและน่าพอใจ
ปรับแต่งได้ – คุณสามารถปรับระดับเครื่องเทศและส่วนผสมให้เหมาะกับความต้องการของคุณได้

จะหาได้ที่ไหน
คุณสามารถหาข้าวผัดแหนมได้ตามแผงขายอาหารตามสั่ง ของไทยส่วนใหญ่ ( ร้านอาหารตามสั่ง ) ร้านอาหารท้องถิ่น และแม้แต่แผงขายอาหารริมถนนบางแห่ง เป็นทางเลือกที่ราคาไม่แพงและอร่อยสำหรับทุกคนที่ต้องการเพลิดเพลินกับอาหารไทยต้นตำรับ หากคุณเป็นแฟนของข้าวผัดและอยากลองอะไรแปลกใหม่ข้าวผัดแหนมก็น่าลอง! คุณเคยลองมาก่อนหรือไม่? บอกเราหน่อยว่าคุณเคยมีประสบการณ์แบบนี้ไหม

12
วางแผน ก่อน "รีไฟแนนซ์บ้าน 2568" ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

โดยปกติสินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อ รีไฟแนนซ์บ้าน จะมีโปรโมชันอัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วง 3 ปีแรก หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ช่วงอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว เป็น MRR หรือ MLR + หรือ - ตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร สำหรับคนผ่อนบ้านที่ต้องการผ่อนหมดเร็ว และต้องการประหยัดดอกเบี้ยให้ได้มากที่สุด วิธีการ "รีไฟแนนซ์บ้าน" ก็ถือเป็นวิธีที่สามารถตอบโจทย์ได้ดี เพื่อให้ได้อัตราดอกเบี้ยต่ำลง ในทุกๆ 3 ปี หรือเมื่อครบกำหนดสัญญาที่จะสามารถรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ได้ และหากนับถอยหลังก่อนรีไฟแนนซ์บ้านในปี 2568 ที่จะถึงนี้ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพื่อให้การรีไฟแนนซ์บ้านราบรื่น และเป็นไปตามกำหนดระยะเวลาที่ต้องการ ตามไปดูกันค่ะ

เรื่องต้องรู้ก่อนการรีไฟแนนซ์บ้านในปี 2568

การเตรียมตัวก่อนการรีไฟแนนซ์บ้านในปี 2568 นับเป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อให้ผู้ขอสินเชื่อได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย หรือได้รับเงื่อนไขที่ดีกว่าจากการรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ ซึ่งเราได้รวบรวมเรื่องสำคัญที่ต้องเตรียม ก่อนการรีไฟแนนซ์บ้านมาฝากกัน ดังนี้
 
รีไฟแนนซ์บ้าน

1. ศึกษาแนวโน้ม และรูปแบบของอัตราดอกเบี้ย ประเด็นสำคัญของการรีไฟแนนซ์บ้าน คือต้องการลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลง ดังนั้น เราควรทำความเข้าใจเรื่องของอัตราดอกเบี้ยก่อนที่จะตัดสินใจรีไฟแนนซ์บ้าน เพราะการที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะสูงขึ้น หรือลดลง ก็ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงกับเงื่อนไขการรีไฟแนนซ์ รวมถึงการเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ หรืออัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ เช่น หากมีแนวโน้มว่าอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นในอนาคต การเลือกเงื่อนไขโปรโมชันรีไฟแนนซ์ที่เป็นแบบอัตราดอกเบี้ยคงที่อาจจะปลอดภัยกว่า เป็นต้น

2. เตรียมทรัพย์สินให้พร้อมต่อการประเมินมูลค่า การรีไฟแนนซ์บ้านทุกครั้ง ธนาคารจะต้องทำการประเมินมูลค่าบ้าน ก่อนพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อ ซึ่งผู้ขอสินเชื่ออาจทราบข้อมูลเบื้องต้นจากการหาข้อมูลราคาบ้านในพื้นที่บริเวณนั้น รวมถึงหากบ้านที่อยู่อาศัยมีจุดต้องปรับปรุงซ่อมแซม ก็ควรดำเนินการให้เรียบร้อยก่อนที่ธนาคารจะมาประเมิน เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้ราคาประเมินที่สูงขึ้น
 
3. ตรวจสอบสถานะหนี้สินอื่นๆ ยิ่งใกล้ช่วงเวลาที่จะขอรีไฟแนนซ์บ้าน ผู้ขอสินเชื่อควรจัดการภาระหนี้สินที่มีอยู่ให้เหลือน้อยที่สุด เพราะในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของธนาคารจะดูเรื่องของสัดส่วนของหนี้สินต่อรายได้ ประกอบการพิจารณาอนุมัติด้วย โดยอัตราส่วนที่ใช้ประเมินภาระหนี้สินต่อเดือนเมื่อเทียบกับรายได้ จะเป็นการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้คืนของลูกหนี้ ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อรวมหนี้ที่ต้องผ่อนทั้งหมดในแต่ละเดือนแล้ว ไม่ควรเกิน 35% - 45% ของรายได้

4. เตรียมเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ ซึ่งการเตรียมเงินสำรองอาจแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ
 
4.1 เงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าจดจำนอง ค่าธรรมเนียมธนาคาร หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
 
4.2 เตรียมเงินสำรองสำหรับค่างวดใหม่ เพราะการรีไฟแนนซ์ อาจทำให้ค่างวดที่ต้องชำระเปลี่ยนไป เช่น หากรีไฟแนนซ์เพื่อลดอัตราดอกเบี้ย และต้องการลดระยะเวลาการผ่อนชำระให้สั้นลงด้วย ค่างวดที่ต้องชำระต่อเดือนก็อาจจะเพิ่มขึ้น เป็นต้น
 

5. เช็กเงื่อนไขพิเศษให้ดีก่อนรีไฟแนนซ์
 
5.1 เงื่อนไขค่าปรับกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนด โดยปกติธนาคารจะมีเงื่อนไขว่าต้องผ่อนสินเชื่อกับธนาคารอย่างน้อย 3 - 5 ปี จึงจะขอรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ได้ ซึ่งหากผู้ขอสินเชื่อต้องการรีไฟแนนซ์ก่อนครบกำหนด ควรคำนวณให้ดีว่าดอกเบี้ยที่จะประหยัดได้จากการรีไฟแนนซ์ จะคุ้มค่ากับค่าปรับที่จะต้องเสียหากปิดบัญชีก่อนกำหนดหรือไม่
 
5.2 เงื่อนไขโปรโมชันพิเศษจากธนาคารใหม่ เช่น โปรโมชันฟรีค่าธรรมเนียมประเมินหลักทรัพย์ ฟรีค่าจดจำนอง เป็นต้น รวมถึงอาจมีเงื่อนไขสำหรับกรณีต้องการวงเงินกู้เพิ่ม ซึ่งผู้ขอสินเชื่อสามารถเช็กข้อมูลกับธนาคารที่ต้องการขอสินเชื่อได้โดยตรง ว่ามีเงื่อนไข หรือโปรโมชันพิเศษอะไรที่ตรงกับความต้องการหรือไม่
 
6. เตรียมเอกสารให้พร้อม เอกสารที่ต้องใช้ในการรีไฟแนนซ์บ้าน สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ
 
6.1 เอกสารทางการเงิน เช่น สลิปเงินเดือน statement หรือหลักฐานการเสียภาษี
 
6.2 เอกสารส่วนบุคคล เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
 
6.3 เอกสารเกี่ยวกับหลักประกัน เช่น  โฉนดที่ดิน สัญญาเงินกู้ฉบับเดิม ใบเสร็จการชำระสินเชื่อกับธนาคารเดิม


เตรียมตัวล่วงหน้านานเท่าไหร่? ก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน 2568

การเตรียมตัวล่วงหน้าให้ดีก่อนการรีไฟแนนซ์บ้าน จะช่วยให้ผู้ขอสินเชื่อได้รับประโยชน์สูงสุด รวมถึงลดความเสี่ยงในการดำเนินการขอสินเชื่อ ซึ่งในการรีไฟแนนซ์บ้านควรมีการเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อจะได้มีเวลาเพียงพอในการจัดการเรื่องสำคัญต่างๆ


รีไฟแนนซ์บ้าน
 
เตรียมตัวล่วงหน้า 6 เดือน สำหรับ การจัดการหนี้สิน โดยควรเริ่มลดหนี้สินที่มีอยู่ เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่ออื่นๆ เพื่อลดสัดส่วนหนี้สินต่อรายได้ให้น้อยลง และเพิ่มโอกาสในการได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ดี
 
เตรียมตัวล่วงหน้า 3 เดือน สำหรับการเปรียบเทียบข้อเสนอจากธนาคารต่างๆ โดยเลือกเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขจากหลายๆ ธนาคารเพื่อหาข้อเสนอที่ดีที่สุด รวมถึงเตรียมเอกสารการเงินให้พร้อม สำหรับการยื่นขอรีไฟแนนซ์ รวมถึงการเตรียมบ้านให้พร้อมต่อการประเมิน โดยผู้ขอสินเชื่ออาจทำการปรับปรุงบ้านให้อยู่ในสภาพที่ดี เพื่อจะได้เพิ่มมูลค่าเวลาประเมินทรัพย์สิน
 
เตรียมตัวล่วงหน้า 1-2 เดือน สำหรับการเลือกธนาคารผู้ให้บริการสินเชื่อ โดยตัดสินใจเลือกธนาคารที่มีข้อเสนอที่ดี และตรงกับความต้องการที่สุด และติดต่อเพื่อสมัคร และยื่นเอกสารสำหรับการรีไฟแนนซ์บ้าน
 
สรุปแล้ว หากกำลังนับถอยหลังที่จะ รีไฟแนนซ์บ้าน ในปี 2568 ควรมีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 3 - 6 เดือน เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมทั้งเรื่องภาระหนี้สิน เอกสาร เตรียมหลักทรัพย์ให้พร้อมสำหรับการประเมิน และสามารถเลือกเปรียบเทียบธนาคารที่ให้ข้อเสนออัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขที่ดีที่สุดจากการรีไฟแนนซ์นะคะ

13
Doctor At Home: มะเร็งกระเพาะอาหาร (Stomach cancer/Gastric cancer)

มะเร็งกระเพาะอาหาร ส่วนใหญ่พบในคนอายุมากกว่า 40 ปี พบมากในช่วงอายุ 60-80 ปี คนอายุน้อยกว่า 40 ปีก็พบได้แต่น้อย มะเร็งชนิดนี้พบประมาณร้อยละ 2.2 ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั้งหมด และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 2 เท่า (สถิติปี 2563)

สาเหตุ

ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการ ทั้งปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่

    ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุด คือ การติดเชื้อเอชไพโลไร (H.pylori/Helicobacter pylori) ของกระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง (chronic gastritis) และแผลกระเพาะอาหาร พบว่ามากกว่าร้อยละ 60 ของผู้ที่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารจะมีประวัติการติดเชื้อดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ติดเชื้อเอชไพโลไรมีเพียงส่วนน้อย (ประมาณร้อยละ 2) ที่จะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร เชื่อว่าการเกิดมะเร็งชนิดนี้มีปัจจัยเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์ของเชื้อ ปัจจัยด้านปัจเจกบุคคลและสิ่งแวดล้อม

    ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยอื่น ๆ ได้แก่ การสูบบุหรี่, การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัด (วันละมากกว่า 3 ดื่มมาตรฐาน หรือมากกว่าปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 30 กรัม), การกินเนื้อสัตว์หมักเกลือ (เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม) เนื้อสัตว์รมควันหรือใส่ดินประสิว (เช่น ไส้กรอก แหนม กุนเชียง เป็นต้น), การกินเนื้อแดง (เนื้อวัว หมู) โดยการปิ้งย่าง, การกินของหมักดอง, การกินผักและผลไม้น้อย, ภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วน

    ปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ พบว่าประมาณร้อยละ 10 ของผู้ที่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร มีประวัติมีพ่อแม่พี่น้องหรือญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

    ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น การมีติ่งเนื้อเมือก (stomach polyps) ที่กระเพาะอาหาร, การมีประวัติเป็นโรคโลหิตจางชนิดร้ายแรง (pernicious anemia) ซึ่งเกิดจากภาวะขาดวิตามินบี 12, การมีประวัติเคยผ่าตัดกระเพาะอาหารมาก่อน

อาการ

ระยะแรกเริ่มจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ ต่อมาเมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้นก็จะมีอาการปวดท้อง อาหารไม่ย่อย เรอบ่อย ท้องอืด แน่นท้องตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือเหนือสะดือคล้ายโรคกระเพาะ รู้สึกอิ่มเร็วหลังกินอาหารปริมาณเพียงเล็กน้อย

ในช่วงแรกกินยารักษาโรคกระเพาะอาการก็ทุเลาได้ แต่ต่อมาจะไม่ได้ผลและมีอาการอื่นตามมา เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย กลืนลำบาก เบื่ออาหาร ท้องผูกหรือท้องเดิน คลื่นไส้อาเจียน อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระดำ น้ำหนักลด ซีด ดีซ่าน (ตาเหลือง) เป็นต้น


ภาวะแทรกซ้อน

เมื่อก้อนมะเร็งโตขึ้น ทำให้ทางเดินอาหารอุดกั้น (ปวดท้อง อาเจียน) มีเลือดออก (อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระดำ โลหิตจาง)

มะเร็งมักลุกลามไปที่อวัยวะข้างเคียง ในช่องท้อง (ทำให้ปวดท้อง ท้องมาน) ต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง แอ่งเหนือไหปลาร้า และในระยะท้ายมักแพร่กระจายผ่านกระแสเลือดไปที่ปอด (เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก), ตับ (เจ็บชายโครงขวา ตาเหลืองตัวเหลือง ท้องมาน), กระดูก (ปวดกระดูก กระดูกพรุน กระดูกหัก ปวดหลัง ไขสันหลังถูกกดทับ) และอาจไปที่สมอง (ปวดศีรษะมาก อาเจียนมาก เวียนศีรษะ บ้านหมุน เดินเซ แขนขาชาและเป็นอัมพาต ชัก)

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยเบื้องต้นจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกาย ซึ่งมีสิ่งตรวจพบ ดังนี้

ระยะแรกมักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ ระยะต่อมาอาจตรวจพบภาวะซีด ดีซ่าน (ตาเหลือง)

ในรายที่มีก้อนมะเร็งลุกลาม อาจคลำพบก้อนแข็งตรงบริเวณเหนือสะดือหรือใต้ชายโครง หรือตรวจพบต่อมน้ำเหลืองโตที่เหนือบริเวณไหปลาร้าข้างซ้าย ตับโต

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัด โดยเอกซเรย์กระเพาะอาหารโดยการกลืนแป้งแบเรียม การใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหาร (gastroscopy) และตัดชิ้นเนื้อนำไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจหาระดับสารบ่งชี้มะเร็ง (tumor marker) ได้แก่ สารซีอีเอ (carcinoembryonic antigen/CEA) ซึ่งมีส่วนช่วยในการวินิจฉัยและการติดตามผลการรักษา

หากพบว่าเป็นมะเร็งก็จะทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น เอกซเรย์, อัลตราซาวนด์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์, การถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), การตรวจเพทสแกน (PET scan) เป็นต้น เพื่อประเมินว่าเป็นมะเร็งระยะใด


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การรักษาด้วยการผ่าตัด และเคมีบำบัด ในรายที่เป็นมากอาจให้เคมีบำบัดรังสีบำบัด และ/หรือการใช้ยาแบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (targeted therapy drugs)

ผลการรักษา ถ้าเป็นมะเร็งระยะแรก ๆ การรักษาได้ผลดี หรือหายขาดได้ (มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปีประมาณร้อยละ 80-90)

แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์เมื่อมีอาการในระยะท้าย ๆ ซึ่งมะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นแล้ว การรักษามักได้ผลไม่ดี มักมีชีวิตอยู่ได้นานสักระยะหนึ่ง (มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปีประมาณร้อยละ 20-40)


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการปวดแน่นท้องตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือเหนือสะดือคล้ายโรคกระเพาะนานเกิน 2-4 สัปดาห์ หรือกินยารักษาโรคกระเพาะไม่ทุเลา, อาเจียนบ่อย, อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระดำ, น้ำหนักลด เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด
    หลีกเลี่ยงการซื้อยามากินเอง
    หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช โปรตีนที่มีไขมันน้อย (เช่น ปลา ไข่ขาว เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง)
    นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหาทางผ่อนคลายความเครียด
    ออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งงานอดิเรกที่ชอบ และงานจิตอาสา เท่าที่ร่างกายจะอำนวย
    ทำสมาธิ เจริญสติ หรือสวดมนต์ภาวนาตามหลักศาสนาที่นับถือ
    ถ้ามีโอกาสควรหาทางเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน หรือกลุ่มมิตรภาพบำบัด
    ผู้ป่วยและญาติควรหาทางเสริมสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วย ยอมรับความจริง และใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีและมีคุณค่าที่สุด
    ถ้าหากมีเรื่องวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคและวิธีบำบัดรักษา รวมทั้งการแสวงหาทางเลือกอื่น (เช่น การใช้สมุนไพร ยาหม้อ ยาลูกกลอน การนวด ประคบ การฝังเข็ม การล้างพิษ หรือวิธีอื่น ๆ) ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ และทีมสุขภาพที่ดูแลประจำและรู้จักมักคุ้นกันดี

ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการไม่สบายหรืออาการผิดปกติ เช่น มีไข้ อ่อนเพลียมาก หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ชัก แขนขาชาหรืออ่อนแรง ซีด มีเลือดออก ปวดท้อง ท้องเดิน อาเจียน เบื่ออาหารมาก กินไม่ได้ ดื่มน้ำไม่ได้ เป็นต้น
    ขาดยาหรือยาหาย
    ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินที่บ้าน ถ้ากินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ


การป้องกัน

มีวิธีปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร ดังนี้

    ไม่สูบบุหรี่
    หลีกเลี่ยงการดื่มสุราจัด หากจะดื่มควรดื่มเป็นบางครั้งบางคราว ในปริมาณเล็กน้อย (1 ดื่มมาตรฐานสำหรับผู้หญิง หรือ 2 ดื่มมาตรฐานสำหรับผู้ชาย ต่อวัน)
    หลีกเลี่ยงการกินปลาเค็ม เนื้อเค็ม ผักดอง เนื้อสัตว์รมควันหรือใส่ดินประสิว เนื้อแดงที่ปิ้งย่าง
    กินผักและผลไม้ให้มาก ๆ
    หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
    ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    ถ้าพบว่ามีการติดเชื้อเอชไพโลไรของกระเพาะอาหารควรรักษาให้หายขาด

ข้อแนะนำ

1. ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติโรคนี้ในครอบครัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะอาหารตรวจกรองมะเร็งตั้งแต่ก่อนจะมีอาการ หากพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรก การรักษาจะได้ผลดี มีอายุยืนยาว

2. ผู้ที่มีอาการปวดจุกแน่นท้อง หรือมีอาการของโรคกระเพาะเรื้อรังหรือกำเริบบ่อย หรือกินยารักษาโรคกระเพาะแล้วไม่ทุเลา หรือทุเลาในระยะแรกแล้วต่อมายาที่กินกลับไม่ได้ผล หรือมีอาการครั้งแรกเมื่ออายุมากกว่า 40 ปี ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด

3. ปัจจุบันมีวิธีบำบัดรักษาโรคมะเร็งใหม่ ๆ ที่อาจช่วยให้โรคหายขาดหรือทุเลา หรือช่วยให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ผู้ป่วยจึงควรติดต่อรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็ง มีความมานะอดทนต่อผลข้างเคียงของการรักษาที่อาจมีได้ อย่าเปลี่ยนแพทย์ เปลี่ยนโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น หากสนใจจะแสวงหาทางเลือกอื่น (เช่น การใช้สมุนไพร หรือวิธีอื่น ๆ) ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์และทีมสุขภาพที่ดูแลประจำและรู้จักมักคุ้นกันดี

14
ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2025 Nissan เตรียมเปิดตัว New Serena e-POWER

นิสสัน ประเทศไทย เตรียมสร้างความตื่นเต้นให้กับงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 กับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ในกลุ่มรถเอ็มพีวีอเนกประสงค์ขนาดกลางที่ได้รับความนิยม ยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้ขับขี่ด้วยสมรรถนะการขับขี่แบบยานยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ และเพลิดเพลินกับการเดินทางกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนแบบ "Big. Easy. Fun"

นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ จะจัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งในไลน์อัพรถยนต์ครบรุ่นของนิสสัน เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าตลอดงานตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม - 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพค เมืองทองธานี
 
โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธานนิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน กล่าวว่า "นับตั้งแต่การเปิดตัว นิสสัน เซเรน่า ในประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา เราขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี รวมถึงเสียงตอบรับเชิงบวกจากผู้ใช้งานจริง สำหรับการเปิดตัว นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ ในครั้งนี้ เรามั่นใจว่าจะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ที่ให้สมรรถนะและการประหยัด โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถ พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ และมอบความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางแบบครอบครัว นอกจากนี้ การเปิดตัวในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันที่มีต่อประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 72 ปี และเราจะยังคงเดินหน้าพัฒนาเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทยต่อไป"

นอกเหนือจากการเปิดตัวนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ นิสสันจะจัดแสดง และเปิดให้ทดลองขับรถรุ่นที่ได้รับความนิยมในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ปีนี้ ได้แก่ นิสสัน เซเรน่า, นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์, นิสสัน อัลเมร่า, นิสสัน นาวารา และนิสสัน เทอร์ร่า

นิสสัน ยังได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษที่จะทำให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์คุณภาพเยี่ยมได้ง่ายขึ้นกับแคมเปญ SAY YES! ที่มีความหลากหลายให้ลูกค้าเลือกได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง ตั้งแต่ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ไปจนถึงผ่อนนานสูงสุด 96 เดือน รวมถึงส่วนลดพิเศษสำหรับเจ้าของรถนิสสัน สูงสุด 30,000 บาท

รถยนต์ที่จัดแสดง ณ บูธนิสสัน

นิสสัน เซเรน่า มาพร้อมเครื่องยนต์ S-Hybrid และแนวคิด “Big. Easy. Fun” ที่ล่าสุดได้รับรางวัล Car of The Year ในหมวด รถยนต์เอ็มพีวีขนาดกลาง (Best mid-size MPV) ให้ทั้งการขับขี่ใช้งานที่นุ่มนวล และห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมอบ “ความสนุกที่ใช่ ความสบายที่ชอบ”

นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ให้ประสบการณ์การขับขี่สนุกด้วยการตอบสนองและอัตราเร่งในทันทีเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ต้องเปลี่ยนรูปแบบของการใช้งาน รวมถึงไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จ ด้วยเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ อันโดดเด่นและได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย อีกทั้งการันตีด้วยรางวัล Car of The Year 2025 ประเภท รถยนต์เอสยูวี เครื่องยนต์ไฮบริด ขนาดความจุเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,300 ซีซี (Best Hybrid SUV under 1,300 cc)  ที่ให้การขับขี่ที่สนุก และมั่นใจกับ อี-เพดัล สเต็ป (e-pedal step) ที่สามารถเร่ง และชะลอความเร็วได้ดด้วยการใช้แป้นคันเร่งเพียงอย่างเดียว พร้อมความปลอดภัยรอบคัน 360˚ Safety Shield

นิสสัน นาวารา รถกระบะ “ทน พร้อม ลุย” เจ้าของรางวัล Car of The Year 2025 ประเภท รถยนต์กระบะยกสูงขนาดความจุเครื่องยนต์ต่ำกว่า 2,500 ซีซี (Best high-lift Pickup under 2,500cc) ที่สามารถลุยได้ทุกพื้นที่ มาพร้อมภายในดีไซน์ใหม่ สะดวกทุกการใช้งาน โดยยังคงโดดเด่นด้วยความสามารถในการบรรทุกหนักจากแชสซีเหล็กกล้า มอบความแข็งแรงคงทนต่อทุกเส้นทาง เครื่องยนต์ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานยูโร 5 พร้อมมั่นใจทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงรอบคัน   รวมถึงรุ่น PRO-4X และ PRO-2X  ในดีไซน์สปอร์ตพร้อมลุยยิ่งขึ้น พร้อมเสริมความพรีเมียมด้วยการตกแต่งแผงคอนโซลหน้าใหม่ที่ติดตั้งจอทัชสกรีนคมชัดขนาดใหญ่ 9 นิ้ว เพิ่มความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้วยเบาะผู้ขับขี่แบบปรับระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมที่นั่งตอนหน้าแบบ Zero Gravity ช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อขับทางไกล และวัสดุบุนุ่มในจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง ให้ทั้งสัมผัสที่สบายและสวยงาม เบาะนั่งหุ้มเบาะด้วย Quole Modure ที่ไม่สะสมความร้อนนั่งสบายแม้จะเดินทางไกล
 

นิสสัน อัลเมร่า  คอมแพคซีดานที่ “แรงจริง จัดให้” กับเครื่องยนต์ทรงพลังที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ และคุ้มค่าตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน มาพร้อมแอปพลิเคชัน NissanConnect Services ที่ให้ผู้ขับขี่สื่อสารกับรถได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟนอย่างสะดวกสบาย และฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด Walk-Away Lock ที่เพิ่มความสะดวก และปลอดภัย โดยการล็อครถอัตโนมัติ และยังมีระบบ SOS ที่ให้ความอุ่นใจ ผู้ขับขี่สามารถกดปุ่มเพื่อขอความช่วยเหลือผ่านระบบเสียงในรถยนต์ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ

นิสสัน เทอร์ร่า รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว “คันเดียวจบครบเกินคุ้ม” ให้ทุกการเดินทางน่าจดจำ กับการขับขี่ที่มั่นใจ ขับสนุก ปลอดภัย พร้อมเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bose Premium Audio ระบบเสียงรอบทิศทางกับลำโพงคุณภาพสูง 8 ตัวพร้อมแอมปลิฟายเออร์ นอกจากนี้ยังติดตั้งจอขนาด 11 นิ้วเพิ่มความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง HDMI และ Smart TV
 
ผู้ที่สนใจ สามารถแวะมาเยี่ยมชมบูธนิสสันในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ได้ในระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และโชว์รูมนิสสันทั่วประเทศ

15
จัดฟันบางนา: ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ หลังจากการครอบฟัน ?

“การครอบฟัน” ถือได้ว่าเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งการครอบฟันนี้เป็นการทำให้ฟันที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงให้กลับมามีสภาพที่แข็งแรงอีกครั้งด้วยวัสดุอุปกรณ์ทางทันตกรรม โดยจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ครอบฟันแบบถาวร และ ครอบฟันแบบชั่วคราว โดยทั้ง 2 รูปแบบจะใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ต่างกันออกไปตามความเหมาะสมในการใช้งาน

ซึ่งในวันนี้จะขอพาท่านผู้อ่านมาทำความรู้จัก และเข้าใจถึงปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นเกี่ยวกับการครอบฟัน ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถรู้จักวิธีแก้ไข และไม่ตื่นเต้นจนเกินไป โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


เหตุใดการครอบฟันจึงมีความจำเป็น ?

– สิ่งแรกเลยที่ทุกคนทราบคุณประโยชน์ของการครอบฟันก็คือ เพื่อป้องกันฟันที่มีสภาพอ่อนแอไม่ให้แตกหักหรือว่าถูกทำลายได้ง่าย

– ฟันผุที่มีขนาดใหญ่จะทำให้ฟันนั้นมีความอ่อนแอเป็นอย่างมาก ต่อให้เมื่อทำการอุดฟันแล้วฟันยังมีสภาพๆไม่แน่นอน บางท่านจึงใช้วิธีทำการครอบฟันอีกชั้นเพื่อรักษาฟันซี่นั้นให้มีสภาพแข็งแรง

– เพื่อทำการยึดสะพานฟัน ไม่ให้ฟันซี่ที่มีปัญหาโยกคลอนหลุดออกได้

– ส่วนหนึ่งมักนิยมทำการครอบฟันเพื่อปกปิดฟันบางซี่ที่มีสภาพไม่สวยงามให้ดูดีและคงทนแข็งแรง

– ใช้ครอบรากฟันเทียมที่มีสภาพอ่อนแอ


วิธีการดูแลหลังการครอบฟัน ?

ต้องขอบอกเลยว่าการครอบฟันนั้น ไม่ได้ช่วยให้ฟันของท่านแข็งแรงกว่าปกติแต่อย่างใด ฟันของท่านยังสามารถที่จะมีปัญหา เหงือกของท่านก็สามารถที่จะมีปัญหาได้เช่นกัน เพราะเหตุนี้เอง ต่อให้ท่านทำการครอบฟันมาแล้ว ท่านก็ยังคงต้องดูแลช่องปากให้ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย โดยการแปรงฟันให้ถูกต้องวันละ 2 ครั้ง เช้า (ตื่นนอน) เย็น (ก่อนนอน) เป็นอย่างน้อย และหลังจากการแปรงฟันก่อนนอนให้พยายามทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอีกครั้ง เพื่อให้เศษอาหารที่เรารับประทานทั้งวันที่ติดตามซอกต่างๆของฟันที่ไม่สามารถทำความสะอาดได้ ให้ออกมาไม่เกิดการสะสมของเชื้อโรคต่างๆ

ซึ่งโดยปกติแล้วการครอบฟันนั้นจะมีอายุการใช้งานนานประมาณ 15 ปี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้ที่ทำการครอบฟันด้วย หากดูแลรักษาเป็นอย่างดีก็จะสามารถอยู่ได้เต็มอายุการใช้งาน แต่หากว่าท่านมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดูแลสุขภาพฟัน แปรงฟันไม่ถูกวิธี ดูแลไม่สม่ำเสมอ รวมถึงชอบรับประทานของแข็ง เช่น ชอบเคี้ยวน้ำแข็ง หรือ ใช่ฟันเปิดผลิตภัณฑ์สินค้าต่างๆ เป็นต้น ก็อาจจะทำให้อายุการใช้งานลดน้อยลงตามวิธีการดูแลรักษานั่นเอง


การครอบฟันทำให้เกิดปัญหาใดได้บ้าง ?

– ช่องปากมีความรู้สึกแปลกๆ มีอาการเสียวฟัน

หลังจากที่ได้ทำการครอบฟันมาใหม่ๆ ทุกท่านจะเริ่มมีอาการเสียวฟันตามมาในระยะแรก เนื่องจากว่าฟันที่ทำการครอบมานั้นจะมีความรู้สึกที่ไวกว่าปกติ ยิ่งถ้าหากว่าฟันที่ครอบมายังคงมีประสาทฟันอยู่ก็อาจจะทำให้รู้สึกถึงความร้อนและความเย็นได้ วิธีแก้ไขก็คือการใช้ยาสีฟันสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟัน

– ที่ครอบฟันหลวม

ข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก สำหรับที่ครอบฟันหลวมนั้นอาจจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากในบางครั้งสิ่งที่ใช้ยึดเกาะที่ครอบฟันกับฟันถูกชะล้างออก ทำให้เกิดช่องว่าง ซึ่งช่องว่างนี้เองที่จะทำให้เศษอาหารหรือเชื้อโรคต่างๆเข้าไปสะสมได้ง่ายและทำความสะอาดได้ยากมาก หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย วิธีแก้ไขง่ายๆก็คือเข้าปรึกษาทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไขโดยเร็วที่สุด

– ที่ครอบฟันแตก

หากว่าทำการครอบฟันโดยใช้พอร์สเลน มีโอกาสมากในการเกิดแตกร้าว แต่ก็สามารถซ่อมแซมได้ด้วยคอมโพสิตเรซิ่น แต่ถ้าหากว่ามีการแตกมากเกิดแก้ไข ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำการครอบฟันใหม่ทั้งหมด

– มีอาการแพ้

ต้องขอบอกว่าวัสดุที่ใช้ในการครอบฟันนั้นส่วนใหญ่มีส่วนผสมของโลหะ ซึ่งมีโอกาสสามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วจากการสำรวจพบว่า มีผู้ที่เกิดอาการแพ้มีจำนวนที่น้อยมากที่เข้ามาพบทันตแพทย์

หน้า: [1] 2 3 ... 47